
การปิดและการฟื้นฟูสภาพเหมือง
People> การปิดและการฟื้นฟูสภาพเหมือง
การปิดและการฟื้นฟูสภาพเหมือง

ความสำคัญและความมุ่งมั่นขององค์กร
บ้านปูมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจเหมืองอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน จึงให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของแผนการปิดเหมืองและการฟื้นฟูสภาพเหมือง ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการและติดตามความคืบหน้าตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ เพื่อการรักษาระบบนิเวศที่ยั่งยืน และสร้างความไว้วางใจกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ กำหนดมาตรฐานการดำเนินงานเกี่ยวกับการปิดเหมืองและฟื้นฟูสภาพเหมืองตามแนวปฏิบัติของ International Council on Mining & Metals (ICMM) โดยพัฒนาแผนการปิดเหมืองและฟื้นฟูสภาพเหมืองให้สอดคล้องกับผลของการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และการประเมินผลกระทบทางสังคม (SIA) ซึ่งประเมินตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนและบรรเทาผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น
โดยบริษัทฯ มีการติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามแผนฯ ดังกล่าวทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการแผนการปิดเหมือง (Mine closure committee) ที่จัดการประชุมเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อสร้างเสถียรภาพระยะยาวให้แก่ระบบนิเวศและความเป็นอยู่ของชุมชนตามแผนการปิดเหมืองและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ
การทำเหมืองใต้ดินมีความเสี่ยงที่จะเกิดการทรุดตัวของดินเนื่องมาจากการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ อันอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพทางธรณีวิทยาและอุทกวิทยา ผลกระทบกับโครงสร้างพื้นฐานและที่อยู่อาศัยของชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง บริษัทฯ จึงศึกษาและนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและชุมชนใกล้เคียง
การจัดการฟื้นฟูสภาพเหมือง
บ้านปูนำแนวทางของ International Council on Mining and Metals (ICMM) มาใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่ทำเหมืองแบบก้าวหน้าสำหรับการทำเหมืองแบบเปิด เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากพื้นที่หลังการทำเหมืองอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง การฟื้นฟูพื้นที่ดำเนินควบคู่กับการทำเหมืองตลอดอายุโครงการ โดยมุ่งเน้นการปลูกพืชท้องถิ่นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่ผ่านการทำเหมือง ถมดินที่เกิดจากการทำเหมืองกลับคืนในพื้นที่ เพื่อลดขนาดของพื้นที่ Void ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมกับติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินประสิทธิผลของการฟื้นฟู นอกจากนี้ บ้านปูยังปฏิบัติตามข้อผูกพันด้านการฟื้นฟูลุ่มน้ำและส่งมอบพื้นที่อย่างเป็นทางการให้กับหน่วยงานภาครัฐ

สำหรับการทำเหมืองใต้ดิน บ้านปูกำหนดให้ทุกเหมืองจัดทำและปฏิบัติตามแผนการบริหารจัดการการฟื้นฟูสภาพเหมือง (Rehabilitation Management Plan: RMP) ซึ่งประกอบด้วยการประเมินความเสี่ยง การวางแผน และการดำเนินมาตรการเพื่อขจัด ลด และบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน โดยหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของแผนดังกล่าวคือการปลูกพืชท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ภายใต้แผนการฟื้นฟูระยะยาวอย่างเป็นระบบ มุ่งเน้นที่การสร้างระบบนิเวศที่ต้องการบำรุงรักษาน้อยแต่สามารถฟื้นตัวและยืนระยะด้วยตนเองในระยะยาว โดยทุกกิจกรรมดำเนินภายใต้เงื่อนไขการทำเหมืองที่ภาครัฐกำหนด โดยมีการรายงานความคืบหน้าเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและรักษาความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม
การบริหารจัดการการทรุดตัวของดินอันเนื่องมาจากการทำเหมือง
การทำเหมืองใต้ดินมีความเสี่ยงที่จะเกิดการทรุดตัวของดินเนื่องมาจากการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ อันอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพทางอุทกวิทยา และผลกระทบกับโครงสร้างพื้นฐาน บ้านปูบริหารจัดการประเด็นนี้ด้วยแนวทางเชิงรุกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลผ่านแผนการบริหารจัดการการทรุดตัวของดินอันเนื่องมาจากการทำเหมืองอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มกระบวนการจากการประเมินความเสี่ยงของการทรุดตัวของดินและการวิเคราะห์ผลกระทบต่อพื้นผิว และรวบรวมเป็นรายงานการประเมินผลกระทบจากการทรุดตัวของดิน โดยการประเมินเหล่านี้พิจารณาผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างเพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวในแนวขวางและผลกระทบต่อธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหลากหลายทางชีวภาพ มุ่งเน้นที่พืชพรรณ สัตว์ป่า และแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีความสำคัญ เช่น พื้นที่หญ้าทะเล
ผลกระทบจากการทรุดตัวของดินในแนวดิ่งประเมินจากการออกแบบการขุดเหมือง เพื่อให้แน่ใจว่าการเคลื่อนตัวนั้นอยู่ในขีดจำกัดที่ได้รับการอนุญาต บ้านปูใช้แนวทางออกแบบเหมืองประเภทอนุรักษ์นิยม โดยสร้างเสาค้ำยันที่มั่นคง มีอายุใช้งานยาวนาน ออกแบบให้มีอัตราส่วนความกว้างต่อความสูงที่เหมาะสม และมีปัจจัยด้านความปลอดภัยสูง ผลการประเมินทั้งหมดจะบูรณาการเข้ากับแบบจำลองทางธรณีวิทยาเพื่อจัดทำแผนการบริหารจัดการการทรุดตัวของดินอันเนื่องมาจากการทำเหมืองเช่น แผน Point Hatteras Extraction เป็นต้นแบบแผนการบริหารจัดการการทรุดตัวของดินของเหมือง Airly โดยใช้เทคนิคการสร้างแบบจำลองที่ทันสมัย เพื่อคาดการณ์และวางแผนรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ แผนฯ ดังกล่าวยังรวมถึงการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบนพื้นผิว เช่น แหล่งน้ำธรรมชาติ ป่าไม้ท้องถิ่น พื้นที่ลาดชัน และแหล่งโบราณคดี เพื่อให้ครอบคลุมผลกระทบในทุกมิติ

เพื่อให้การบริการจัดการการทรุดตัวของดินมีประสิทธิผล บริษัทฯ ประเมินความเสี่ยงและปรับปรุงแผนฯ อย่างสม่ำเสมอในการดำเนินงานปกติ โดยติดตามข้อมูลผ่านเครือข่ายจุดตรวจรอยแยกบนพื้นดิน และการสำรวจความลึกเชิงอุทกภาพ เพื่อวัดการเคลื่อนตัวของพื้นดินทั้งในแนวดิ่งและแนวขวาง ข้อมูลแบบเรียลไทม์เหล่านี้จะนำมาเปรียบเทียบกับแบบจำลองที่คาดการณ์ไว้ และใช้เพื่อปรับปรุงความแม่นยำของแบบจำลองอย่างต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของแผนฯ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดตัวชี้วัดเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐาน สุขภาพของระบบนิเวศ และความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจแผงใต้ดินและการตรวจสอบ “ตามที่ก่อสร้างจริง” เพื่อให้แน่ใจว่ากิจกรรมการทำเหมืองสอดคล้องกับการออกแบบเหมืองที่ได้รับการอนุมัติ รวมถึงทำแผนที่อันตรายทางธรณีเทคนิคจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานใต้ดิน
บริษัทฯ ทบทวนแผนตรวจติดตามการบริหารจัดการการทรุดตัวของดินอันเนื่องมากจากการทำเหมืองเป็นประจำอย่างน้อยทุก 3 ปี หรือเร็วกว่านั้น กรณีมีข้อกังวลจากผู้มีส่วนได้เสียหรือมีการเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดด้านการจัดการ พบผลกระทบที่ไม่คาดคิด หรือจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติม โดยมีการจัดทำรายงานผลการบริหารจัดการการทรุดตัวของดินประจำปี ครอบคลุมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการติดตามและผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้แน่ใจว่าระบบนิเวศที่พึ่งพาจะได้รับการคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง
ในกรณีที่การตรวจติดตามผล พบสัญญาณเตือนที่มีความรุนแรงหรือเป็นเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ บริษัทฯ จะใช้มาตรการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินทันที เช่น รายงานเหตุการณ์ต่อผู้มีส่วนได้เสียผ่านคณะกรรมการที่ปรึกษาชุมชน สอบสวนหาสาเหตุหลัก พร้อมทั้งจัดทำและดำเนินมาตรการแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดซ้ำ ทั้งนี้ รายงานผลการดำเนินการดังกล่าวบันทึกไว้ในรายงานผลการบริหารจัดการการทรุดตัวของดินประจำปี กระบวนการที่รูปธรรมและโปร่งใสนี้ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำพันธกิจของบ้านปูในการดำเนินธุรกิจเหมืองอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนอีกด้วย
ภาพรวมการดำเนินงานในรอบปี
บ้านปูดำเนินการตามแผนการปิดเหมืองและการฟื้นฟูสภาพเหมือง ทั้งการจัดการพื้นที่ Void การจัดการน้ำที่เป็นกรดจากการทำเหมือง และติดตามการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เหมืองเอ็มบาลุตในอินโดนีเซียเข้าสู่ระยะปิดเหมืองในปี 2565 หลังเปิดดำเนินการมาเป็นเวลา 14 ปี ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ สนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนจำนวน 27 โครงการ โดยมีผู้ได้รับผลประโยชน์จากโครงการสะสม 10,309 คน โดยมุ่งเน้นที่ 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างรายได้ สุขภาพ สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของคนในชุมชนตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ
