ภาพครอบตัด

การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและโปร่งใส

การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและโปร่งใส

ความสำคัญและความมุ่งมั่นขององค์กร​

จริยธรรมทางธุรกิจเป็นประเด็นที่สำคัญและได้รับความสนใจจากผู้มีส่วนได้เสีย เนื่องจากการดำเนินธุรกิจที่ขัดต่อหลักบรรษัทภิบาลอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อบริษัทฯ การธำรงไว้ซึ่งมาตรฐานทางจริยธรรมจึงเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ประกาศนโยบายบรรษัทภิบาลและจัดทำคู่มือจริยธรรมธุรกิจที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น ASEAN Corporate Governance Scorecard หลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา (OECD) และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนซึ่งอ้างอิงตาม พ.ร.บ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการทบทวนนโยบายบรรษัทภิบาลและคู่มือจริยธรรมธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ โดยฉบับปรับปรุงล่าสุดประกาศเมื่อปี 2561 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการสร้างเสริมความตระหนักในจริยธรรมทางธุรกิจ ดังนี้

จรรยาบรรณทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกับค่าตอบแทนของพนักงาน

บ้านปูให้ความสำคัญกับการยึดมั่นในนโยบายบรรษัทภิบาลและคู่มือจริยธรรมธุรกิจ โดยผนวกพฤติกรรมการทำงานที่สอดคล้องกับจรรยาบรรณเข้ากับกรอบการพิจารณาการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี โดยพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ผลสำเร็จของงาน (Performance) และพฤติกรรมที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร (Behavioral Alignment)
 
การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานประจำปี ประกอบด้วย ร้อยละ 70 สำหรับผลสำเร็จของงาน ซึ่งวัดผลการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นจริงเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ และร้อยละ 30 สำหรับพฤติกรรมที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร Banpu Heart โดยเฉพาะในมิติ “มุ่งมั่นยืนหยัด” (Committed) ซึ่งกำหนดคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่สะท้อนถึงจรรยาบรรณทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นให้พนักงาน "ทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ" (Do the right things, always) ซึ่งเกณฑ์นี้ตอกย้ำความคาดหวังว่าพนักงานทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ และเป็นมืออาชีพ
 
ทั้งนี้ ผลการประเมินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการพิจารณาปรับค่าตอบแทนประจำปี และเป็นแนวทางสำหรับแผนพัฒนาศักยภาพรายบุคคลของพนักงานต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาทักษะและวัฒนธรรมที่เน้นคุณค่าจะคงอยู่ทั่วทั้งองค์กร
การประเมินความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันเป็นประจำทุกปี โดยการประเมินดังกล่าวครอบคลุมบริษัทย่อยและบริษัทร่วมค้าในทุกประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ โดยผลการประเมินจะรายงานให้กับคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อกำกับดูแลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การประเมินเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุจุดเปราะบางที่อาจเกิดขึ้นและชี้แนะแนวทางป้องกันที่เหมาะสมกับบริบทเฉพาะธุรกิจ ทั้งนี้จากการประเมินในปี 2567 พบว่าความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันที่สำคัญ ได้แก่ ความเสี่ยงจากการให้-รับของขวัญกับผู้มีส่วนได้เสียรายสำคัญ และความเสี่ยงจากการให้ผลประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐ

ความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันที่สำคัญและมาตรการบรรเทาผลกระทบ

ความเสี่ยงจากการการให้-รับของขวัญกับผู้มีส่วนได้เสียรายสำคัญ

ความเสี่ยงจากการให้ผลประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐ

รายละเอียด

การให้หรือรับของขวัญกับผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญในโอกาสต่าง ๆ (เช่น การเยี่ยมคารวะในวาระปีใหม่ การรับตำแหน่งใหม่ หรือเกษียณอายุ) อาจนำไปสู่การรับรู้ถึงอิทธิพลหรือการเลือกข้างที่ไม่เหมาะสม

การให้ผลประโยชน์ที่ไม่เหมาะสมในระหว่างขั้นตอนการขออนุญาตและรับใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจ อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานหรือผลกระทบทางกฎหมาย

ผลกระทบ

ก่อให้เกิดอคติหรือกระทบต่อโอกาสทางธุรกิจ

ความล่าช้าในการดำเนินงานหรือระงับกิจกรรมทางธุรกิจ

แนวทางการจัดการ

· ประกาศนโยบายการบริหารจัดการด้านความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย
· เน้นย้ำนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน
· จัดทำแนวปฏิบัติเรื่องการให้-รับของขวัญ การเลี้ยงรับรอง หรือการให้ประโยชน์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
· การปฏิบัติตามนโยบายงดให้ของขวัญ

· เน้นย้ำนโยบายต่อต้านการติดสินบนและคอร์รัปชันและคู่มือจริยธรรมธุรกิจ
· กำหนดขั้นตอนและแนวปฏิบัติในการขอใบอนุญาตและการปฏิบัติตามข้อผูกพันทางกฎหมาย
· การตรวจสอบเอกสารอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดและหลีกเลี่ยงความล่าช้าที่ไม่จำเป็น

กรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG

บริษัทฯ ได้นำกรอบการบริหารความเสี่ยงขององค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) มาใช้ทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และพันธกิจด้านความยั่งยืน โดนบูรณาการองค์ประกบด้าน ESG เข้าไว้ในกรอบ ERM อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการ ESG ทั้งนี้ กระบวนการบริหารความเสี่ยงนี้ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การระบุ การประเมิน การจัดการ การติดตามและรายงาน และการสร้างความตระหนักรู้ด้านความเสี่ยง
 
1. การระบุความเสี่ยง ทำความเข้าใจความเสี่ยงด้าน ESG ทั้งที่มีอยู่และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk) โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และการติดตามแนวโน้มภายนอก เพื่อคาดการณ์ความท้าทายและโอกาสที่อาจเกิดขึ้น
2. การประเมินความเสี่ยง ใช้ Risk Matrix เพื่อวิเคราะห์และประเมินความเป็นไปได้และผลกระทบของแต่ละความเสี่ยง โดยแสดงผลผ่าน Risk Map เพื่อจัดลำดับความสำคัญของการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ และวางแผนตอบสนองที่มีเป้าหมายชัดเจน
3. การบรรเทาความเสี่ยง พัฒนาแผนการจัดการความเสี่ยงสำหรับความเสี่ยงที่มีลำดับความสำคัญสูง โดยใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน การปรับปรุงนโยบาย และการดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและสร้างโอกาสทางธุรกิจ
4. การติดตามและรายงานความเสี่ยง ติดตามความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานความคืบหน้าให้กับคณะกรรมการจัดการความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการ ESG และคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าการตอบสนองต่อความเสี่ยงครบถ้วนและเหมาะสม
5. การสร้างความตระหนักรู้ด้านความเสี่ยง เสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรผ่านการสื่อสารภายใน การฝึกอบรม และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างวัฒนธรรมการจัดการความเสี่ยงเชิงรุกที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้าน ESG ที่กำหนดไว้
การบูรณาการความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ

บริษัทฯ บูรณาการการประเมินความเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ โดยผสานการประเมินความเสี่ยงไว้ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน โดยมีการตรวจสอบสถานะ ESG อย่างรอบด้าน (ESG Due Diligence) ซึ่งรวมถึงการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และมาตรการลดความเสี่ยงสำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีความเสี่ยงสูง แนวทางนี้ช่วยให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ดำเนินงานสอดคล้องกับหลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เป้าหมายทางการเงิน และข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีการวิเคราะห์ผลกระทบและจัดทำแผนการลดความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุกและสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
วัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ ส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง โดยการผนวกการพิจารณาความเสี่ยงเข้ากับการประชุมสำคัญ และปลูกฝังแนวปฏิบัติด้านการบริหารความเสี่ยงไว้ในโปรแกรมการฝึกอบรมพนักงาน นอกจากนี้ยังมีการจัดเวิร์กช็อปด้านความเสี่ยงเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและพัฒนาทักษะในการประเมินความเสี่ยงของพนักงาน อีกทั้งมีการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในการบริหารความเสี่ยง อันเป็นการสร้างความตระหนักรู้ ความเป็นเจ้าของ และการมีส่วนร่วมในองค์กรอย่างลึกซึ้ง
แนวทางปฏิบัติด้านภาษี

การเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมในทุกประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจถือเป็นความสำคัญสูงสุดของบ้านปู นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ แสดงถึงความมุ่งมั่นในความโปร่งใสผ่านการเปิดเผยข้อมูลการชำระภาษี นอกจากนี้การทำธุรกรรมภายในกลุ่มบริษัทฯ นั้นดำเนินการตามหลักความโปร่งใสและความเป็นธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจได้รับผลประโยชน์ที่เหมาะสมและเป็นธรรม ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินงาน บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลด้านภาษีทั้งหมดต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยยึดตามแนวปฏิบัติสากลและสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายท้องถิ่นในแต่ละประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินงานอยู่

ภาพรวมการดำเนินงานในรอบปี

ในปี 2567 บ้านปูประสบความสำเร็จในการต่ออายุการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ปรับปรุงนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติล่าสุดของ CAC นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้และสื่อสารภายใต้หัวข้อ “CG Whistle Guard” โดยกิจกรรมเหล่านี้จัดขึ้นทั่วทั้งกลุ่มบริษัท โดยเน้นให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับธุรกิจเหมืองในอินโดนีเซีย

ผลการดำเนินงาน

เสนอความคิดเห็น